2020 Corvette Stingray - มอเตอร์ ออลล์

Post Top Ad

Responsive Ads Here

2020 Corvette Stingray

Share This
[ทัสทิน แคลิฟอร์เนีย] เชฟโรเลต สานต่อตำนานความสำเร็จที่ยาวนานของคอร์เวทท์ ด้วยการ เผยโฉม คอร์เวทท์ สติงเรย์ รุ่นปี 2020 ครั้งแรกของคอร์เวทท์รุ่นโปรดักชั่นเครื่องยนต์วางกลาง

รูปลักษณ์ภายนอก

การออกแบบที่ได้แรงบันดาลใจจากสนามแข่งและอากาศยาน

รูปลักษณ์ภายนอกของสติงเรย์ รุ่นปี 2020 มีความโดดเด่นและล้ำสมัยด้วยเครื่องยนต์วางกลางที่เหมาะสมและสะดุดตา แต่ยังคงเต็มเปี่ยมด้วยเอกลักษณ์แบบคอร์เวทท์อย่างชัดเจน มีความปราดเปรียวและแข็งแกร่ง รูปทรงที่โฉบเฉี่ยวทรงพลังถ่ายทอดความรู้สึกแห่งการเคลื่อนไหวและพละกำลังจากทุกมุมมอง

● โครงสร้างรถเยื้องมาด้านหน้า ได้แรงบันดาลใจมาจากเครื่องบินขับไล่ F22 และ F35 รวมถึงเครื่องบินรบยุคใหม่และรถแข่งฟอร์มูล่าวัน

● สันขอบแนวนอนแบบคลาสสิก

● ไฟหน้าดีไซน์เรียบง่ายและกลมกลืนไปกับไฟโปรเจคเตอร์ใหม่ล่าสุด

● ซุ้มล้อหน้าที่ดุดัน

● ซ่อนมือจับประตู ฝากระโปรง และฝาท้ายเพื่อไม่ให้ส่งผลต่อดีไซน์ของรถโดยรวม

● ช่องรับอากาศด้านข้างขนาดใหญ่สำหรับการระบายอากาศเครื่องยนต์และเพิ่มความลู่ลมตามหลักอากาศพลศาสตร์

● เสารูปทรง A สัมพันธ์กับความเร็วและเพิ่มทัศนวิสัย

● กระจกหลังขนาดใหญ่โชว์เครื่องยนต์ พร้อมร่องระบายอากาศ 7 ช่อง

● ปลายท่อไอเสีย 4 ชุดติดตั้งอยู่ด้านริมของตัวรถทั้งสองฝั่ง

● ไฟท้ายแบบคู่ LED พร้อมไฟเลี้ยวแบบวิ่งตามทิศทางการเลี้ยว

● สีตัวถัง 12 สี – แดง Torch Red, ขาว Arctic White, ดำ Black, เงิน Blade Silver Metallic, เทา Shadow Gray, เทา Ceramic Matrix Gray, แดง Long Beach Red, ฟ้า Elkhart Lake Blue และส้ม Sebring Orange และ 3 สีใหม่ล่าสุด ฟ้า Rapid Blue, บรอนซ์ Zeus Bronze และเหลือง Accelerate Yellow

ภายในห้องโดยสาร

ภายในห้องโดยสารโดดเด่นยิ่งขึ้นด้วย

● ห้องโดยสารถูกเลื่อนมาด้านหน้า 16.5 นิ้ว แต่ยังโอบล้อมตัวผู้ขับขี่ ส่งเสริมความรู้สึกแบบรถสมรรถนะสูงและแนวคิดอากาศยาน

● ระบบควบคุมอากาศแนวตั้งและช่องแอร์ที่มีขนาดบางมากลดความสูงของแผงแดชบอร์ดหน้า จึงทำให้ห้องโดยสารเตี้ยและให้ความรู้สึกกว้างขวาง

● พวงมาลัยวงเล็กแบบสองก้านตัดตรงที่ขอบบนและขอบล่างรุ่นใหม่ไม่บดบังมุมมองต่อหน้าจอแสดงผลมาตรวัดขนาด 12 นิ้วที่ปรับเปลี่ยนได้

● วัสดุหนังที่ตัดเย็บด้วยมือ พร้อมเดินตะเข็บด้ายแบบหนา

● ใช้โลหะแท้

● ฝาปิดลำโพงสแตนเลส พร้อมระบบเครื่องเสียง Bose Performance Series

● การตกแต่งด้วยคาร์บอนไฟเบอร์สำหรับเบาะ GT2 และ Competition Sport Seats

● มีวัสดุอลูมิเนียมหรือคาร์บอนไฟเบอร์แท้ให้ลูกค้าเลือกตกแต่งคอนโซลและแผงประตู

● โทนสีห้องโดยสาร 6 รูปแบบ ดำ Jet Black, เทา Sky Cool Gray, แดง Adrenaline Red, น้ำตาล Natural/ Natural Dipped, ฟ้า Two-Tone Blue และแดง Morello Red

● สีเข็มขัดนิรภัย 6 สี ดำ Black, ฟ้า Blue, น้ำตาล Natural, แดง Torch Red, เหลือง Yellow และส้ม Orange

● การเดินตะเข็บมีให้เลือก 2 สี เหลืองและแดง ขณะที่ห้องโดยสารสีดำมาตรฐานจะมาพร้อมการเดินตะเข็บสีเทา Sky Cool Gray

● เบาะนั่ง 3 รูปแบบ

  • GT1 สไตล์แบบสปอร์ตที่มุ่งเน้นความสะดวกสบายพร้อมมอบการโอบกระชับที่ดีสำหรับสถานการณ์การขับขี่ด้วยความเร็วสูง โดดเด่นด้วยหนัง Mulan และมีอ็อปชั่นพยุงหลังสองทิศทางและการปรับปีกเบาะ
  • GT2 ครั้งแรกสำหรับคอร์เวทท์ที่เบาะประเภทนี้มีรูปลักษณ์ที่ได้แรงบันดาลใจจากสนามแข่งผสมผสานความสะดวกสบายสำหรับการขับขี่ทางไกลด้วยโฟมที่มีความหนาสองชั้น ตกแต่งด้วยคาร์บอนไฟเบอร์สลับหนัง Napa ปีกเบาะรองนั่งหุ้มหนัง Mulan ด้านหลังเบาะพ่นสีดำสนิท มีการพยุงหลังสองทิศทางและการปรับปีกเบาะ รวมถึงการปรับอุณหภูมิและระบายอากาศ
  • Competition Sport ออกแบบมาเพื่อผู้ขับขี่ที่เอาจริงเอาจังกับการขับขี่ในสนามแข่ง เบาะประเภทนี้มีส่วนปีกเบาะรองนั่งที่โอบกระชับอย่างเต็มที่ หุ้มหนัง Napa เต็มรูปแบบและพนักพิงศีรษะตกแต่งด้วยคาร์บอนไฟเบอร์ รวมถึงฟังก์ชั่นปรับอุณหภูมิและระบายอากาศ พร้อมด้วยผ้าทอที่มีความทนทานสูงรูปแบบใหม่ที่ถ่ายทอดแรงบันดาลใจมาจากเสื้อเกราะเคฟลาร์

ความปลอดภัยและเทคโนโลยี

การควบคุม ดีเอ็นเอของการขับขี่ที่สนุกสนานในคอร์เวทท์ สติงเรย์ได้รับการออกแบบเพื่อความสะดวกสบายในการขับขี่ที่เหนือชั้นบนถนนทั่วไปและการควบคุมที่สมดุลในสนามแข่ง

● โช๊คอัพสปริงที่สร้างบุคลิกการขับขี่และการควบคุมแบบใหม่ทั้งหมด โครงสร้างเครื่องยนต์วางกลางมอบระบบบังคับเลี้ยวที่รวดเร็ว เฉียบคม และมั่นคง ควบคู่กับระบบบังคับเลี้ยว อิเลคโทรนิคทีได้รับการปรับปรุงใหม่ทำให้การสั่งการของผู้ขับขี่ได้รับการตอบสนองอย่างทันทีทันใด

● ตำแหน่งการนั่งใหม่ทำให้จุดศูนย์ถ่วงตัวรถอยู่ใกล้กับสะโพกด้านในของผู้ขับขี่ ดังนั้นผู้ขับขี่จึงเป็นศูนย์กลางของตัวรถขณะควบคุมทิศทาง ตำแหน่งที่นั่งเช่นนี้ได้เปลี่ยนแปลงความรู้สึกสัมผัสในการควบคุมและการตอบสนองของตัวรถไปอย่างสิ้นเชิง

● ปรับปรุงอัตราทดพวงมาลัยจาก 16.25:1 เป็น 15.7:1

● ระบบเบรก eBoost รุ่นใหม่ที่แม่นยำมากขึ้นและปรับตั้งได้

● ติดตั้งยางสมรรถนะสูงที่เหมาะกับสภาพถนนในทุกฤดูเป็นครั้งแรกในรถสปอร์ต ซึ่งรองรับการเข้าโค้งด้วยแรงเหวี่ยงหนีศูนย์กลางเกือบ 1G

● ช่วงล่างด้านหน้ายกตัวขึ้นได้ภายในเวลา 2.8 วินาทีเพื่อเพิ่มระยะห่างจากพื้นบริเวณกันชนหน้าประมาณ 40 มม. ป้องกันการกระแทกเนิน หลุม ทางขึ้นที่ลาดชัน และสิ่งกีดขวางอื่น ๆ บนถนน โดยระบบนี้ทำงานที่ความเร็วไม่เกิน 24 ไมล์ต่อชั่วโมง และปรับตั้งมาให้ทำงานโดยอัตโนมัติผ่านระบบ จีพีเอสที่จดจำสิ่งกีดขวางได้สูงสุด 1,000 ตำแหน่ง

● ระบบช่วยออกตัวทำงานได้ดีขึ้นด้วยการกระจายน้ำหนักไปด้านหลัง ทำให้สติงเรย์รุ่นใหม่ออกตัวได้รวดเร็วยิ่งกว่าคอร์เวทท์ทุกรุ่นในประวัติศาสตร์

● Z51 Performance Package เพียบพร้อมเทคโนโลยีใหม่มากมายสำหรับสติงเรย์ ปี 2020
  • ช่วงล่างสมรรถนะสูงซึ่งสามารถปรับตั้งได้ด้วยมือ
  • จานเบรกขนาดใหญ่ขึ้น พร้อมโลโก้ Z51 บนคาลิปเปอร์เบรก
  • ปรับปรุงการระบายอากาศ
  • อัตราทดเพลาแบบจำเพาะ
  • ช่องระบายอากาศสำหรับเบรกหน้า
  • ท่อไอเสียสมรรถนะสูง

● เฟืองท้ายลิมิเต็ดสลิปอิเลคโทรนิคผนวกรวมอยู่ในชุดเพลาส่งกำลังซึ่งควบคุมแรงบิดระหว่างสองล้อหลัง ช่วยรักษาเสถียรภาพได้อย่างยอดเยี่ยม

● สปอยเลอร์หน้าและสปอยเลอร์หลังสองชิ้นแบบเปิดเพิ่มแรงกดรวมกันได้ทั้งหมด 400 ปอนด์ ทำให้มีการยึดเกาะถนนขณะเข้าโค้งได้ดียิ่งขึ้น

● ระบบ Magnetic Ride Control 4.0 ซึ่งอ่านสภาพถนนได้ดีขึ้น ส่งต่อข้อมูลที่แม่นยำผ่านไปยังเครื่องวัดความเร็วที่ติดตั้งกับช่วงล่าง ช่วยเพิ่มการตอบสนองของระบบอิเลคโทคนิคต่อการควบคุมของผู้ขับขี่ได้อย่างรวดเร็วและราบรื่นมากขึ้น ผลลัพธ์คือคุณภาพการขับขี่ที่ดีที่สุดในระดับเดียวกัน

● เพิ่มเสถียรภาพการควบคุมรถให้ดียิ่งขึ้นกับเทคโนโลยีควบคุมสมรรถนะการขับขี่ (Performance Traction Management)

● เพิ่มรูปแบบการขับขี่จาก 4 รูปแบบการขับขี่เป็น 6 รูปแบบการขับขี่ ทำให้ผู้ขับขี่สามารถปรับเปลี่ยนประสบการณ์ขณะขับขี่ได้ตามความต้องการและตอบสนองการเดินทางทุกรูปแบบ รูปแบบการขับขี่เดิมประกอบด้วย Weather, Tour, Sport และ Track และอีก 2 รูปแบบการขับขี่ใหม่ ได้แก่
  • MyMode รูปแบบการขับขี่ที่รองรับการปรับแต่งได้ตามสไตล์การขับขี่ที่ชื่นชอบ และสามารถใช้งานได้ตลอดเวลา
  • Z mode รูปแบบการขับขี่ที่ตั้งตามชื่อแพ็กเกจสมรรถนะสูง Z06 ZR1 และZ51 อันโด่งดัง ซึ่งทำงานด้วยการกดสวิทช์ Z บนพวงมาลัย รูปแบบการขับขี่ประเภทนี้เป็นรูปแบบการขับขี่แบบใช้งานครั้งเดียวที่ยกระดับจากรูปแบบการขับขี่ MyMode ให้มีความก้าวล้ำหน้าขึ้นอีกขั้น ผู้ขับขี่สามารถปรับเครื่องยนต์และระบบส่งกำลังได้อีกด้วย

● ฟีเจอร์เทคโนโลยีใหม่ ประกอบด้วย
  • ระบบอินโฟเทนเมนท์เจนเนอเรชั่นใหม่ของคอร์เวทท์ที่ทำงานได้รวดเร็วและง่ายขึ้น แสดงผลผ่านหน้าจอที่มีความละเอียดสูงกว่า
  • การเชื่อมต่อบลูทูธแบบวัน ทัช ครั้งแรกในรถยนต์เชฟโรเลต พร้อมการสื่อสารไร้สายระยะสั้น Near Field Communication
  • การชาร์จไฟไร้สาย
  • ระบบสั่งงานด้วยเสียงที่มีการเรียนรู้ระหว่างใช้งาน
  • แจ้งสภาพการจราจรแบบเรียลไทม์ได้ดียิ่งขึ้น
  • จอแสดงผลมาตรวัดรุ่นใหม่ขนาด 12 นิ้วที่รองรับการปรับแต่งได้ และเปลี่ยนตามรูปแบบการขับขี่ทั้ง 6 รูปแบบ

● ฟีเจอร์ที่เกี่ยวกับระบบไฟฟ้าประกอบด้วย
  • หน่วยความจำตำแหน่งเบาะนั่งผู้ขับขี่และผู้โดยสาร
  • พวงมาลัยสามารถปรับเปลี่ยนอุณหภูมิได้
  • ระบบแจ้งเตือนแรงดันลมยางช่วยเตือนผู้ขับขี่เมื่อแรงดันลมยางถึงระดับสูงสุด

● ระบบเครื่องเสียง Bose รุ่นใหม่ 2 ระบบประกอบด้วยลำโพงพรีเมียม 10 ตำแหน่งเป็นอุปกรณ์มาตรฐาน และระบบ Bose Performance Series ลำโพง 14 ตำแหน่งเป็นอุปกรณ์เสริม ฝาครอบลำโพงได้รับการติดตั้งเป็นส่วนหนึ่งของส่วนล่างประตูเพื่อความหรูหราและยังช่วยป้องกันความเสียหายจากเท้าของผู้ขับขี่และผู้โดยสาร

● ระบบ Performance Data Recorder ครั้งแรกในอุตสาหกรรมยานยนต์ ระบบวิเคราะห์การขับขี่ที่ล้ำสมัยถูกปรับปรุงใหม่ด้วยกล้องความละเอียดสูงและอินเตอร์เฟซรุ่นใหม่ในรถ ลูกค้าสามารถบันทึกการขับขี่ทั้งในสนามแข่งและบนถนนทั่วไปในการเดินทางจากจุดเริ่มต้นถึงจุดหมาย ระบบ PDR สามารถปรับตั้งให้บันทึกได้โดยอัตโนมัติเหมือนกับกล้องติดรถที่เริ่มบันทึกทุกครั้งที่คอร์เวทท์ เคลื่อนที่ หรือปรับตั้งให้เริ่มบันทึกเมื่ออยู่ในรูปแบบการขับขี่ Valet

สมรรถนะ

เครื่องยนต์ Small Block V-8 LT2 ความจุ 6.2 ลิตร เจนเนอเรชั่นใหม่ของเชฟโรเลต ซึ่งเป็นขุมพลัง V-8 แบบไร้ระบบอัดอากาศรุ่นเดียวในกลุ่มเดียวกัน มีพละกำลัง 495 แรงม้า (369 กิโลวัตต์) และแรงบิด 470 ฟุต-ปอนด์ (637 นิวตันเมตร) เมื่อติดตั้งท่อไอเสียสมรรถนะสูง

● อัตราเร่ง 0-60 ไมล์ต่อชั่วโมงที่เร็วที่สุดสำหรับคอร์เวทท์รุ่นเริ่มต้น – ประมาณ 3 วินาทีเมื่อมาพร้อมกับแพ็กเกจ Z51

● ตำแหน่งการติดตั้งเครื่องยนต์ที่ต่ำทำให้จุดศูนย์ถ่วงตัวรถต่ำ ช่วยเพิ่มการควบคุมระดับสูงสุด

● การปรับปรุงครั้งใหญ่ที่สุดอาจอยู่ที่ระบบการไหลเวียนและการหล่อลืน โดยถือเป็นครั้งแรกที่สติงเรย์รุ่นเริ่มต้นใช้ระบบอ่างน้ำมันเครื่องแบบแห้งติดตั้งกับเครื่องยนต์ และปั๊มน้ำมันหล่อลื่น 3 ตัวเพื่อเพิ่มสมรรถนะในการขับขี่ด้วยความเร็วสูง

● ระหว่างการขับขี่อย่างดุดันในสนามแข่ง น้ำมันหล่อลื่นจะคงปริมาณที่สูงเพื่อไม่ให้สมรรถนะการขับขี่ลดลง ศักยภาพการรับแรงเหวี่ยงของสติงเรย์ได้รับการปรับปรุงให้ดีขึ้นอย่างมาก ระบบหล่อลื่นแบบแห้งของเครื่องยนต์ LT2 ได้รับการออกแบบใหม่เพื่อมอบประสิทธิภาพของเครื่องยนต์ที่เป็นเลิศระหว่างการเร่งที่มีแรงเหวี่ยงเกินกว่า 1G ในทุกทิศทาง

● ฝาครอบเครื่องยนต์ด้านหลังเป็นกระจกน้ำหนักเบาที่มีความหนา 3.2 มม. เปิดโอกาสให้เจ้าของรถสามารถโชว์เครื่องยนต์ได้อย่างเต็มที่ ฝาครอบกระจกดังกล่าวมีร่องขอบด้านข้างที่ช่วยระบายความร้อนจากห้องเครื่องยนต์ LT2

● เสื้อสูบและระบบระบายอากาศถูกออกแบบใหม่ทั้งหมด แกนกลางของเพลาข้อเหวี่ยงติดตั้งในตำแหน่งใกล้กับพื้นต่ำลง 1 นิ้ว ซึ่งเชื่อมต่อกับชุดเพลาส่งกำลังเพื่อการควบคุมที่ดียิ่งขึ้น

● อ่างน้ำมันเครื่องที่เรียบง่ายซึ่งลดมวลน้ำหนัก

● ตัวหล่อเย็นน้ำมันเครื่องมีความจุเพิ่มขึ้น 25 เปอร์เซ็นต์

● ฝาครอบวาล์วสีแดงเป็นอุปกรณ์มาตรฐาน

● เครื่องยนต์ LT2 เจนเนอเรชั่นใหม่ประกบคู่กับระบบเกียร์ดูอัลคลัตช์ 8 สปีดรุ่นแรกของเชฟโรเลต มอบความรวดเร็วปานสายฟ้าแลบในการเปลี่ยนเกียร์และการถ่ายทอดกำลังที่เป็นเลิศ ระบบส่งกำลังชุดนี้ได้รับการออกแบบร่วมกับ TREMEC เพื่อคุณสมบัติที่ดีที่สุด 2 ด้าน ทั้งสัมผัสจิตวิญญาณสุดเร้าใจแบบเกียร์ธรรมดาและความสะดวกสบายในการขับขี่ระดับพรีเมียมแบบเกียร์อัตโนมัติ ฟีเจอร์ดับเบิลแพดเดิลแบบปลดคลัตช์ยังเปิดโอกาสให้ผู้ขับขี่ปลดการทำงานของคลัตช์ด้วยการรั้งแป้นแพดเดิลชิฟท์ค้างไว้เพื่อการควบคุมที่เหมือนเกียร์ธรรมดามากขึ้น

● เครื่องยนต์ Small Block V-8 รุ่นใหม่ได้รับการปรับปรุงให้มีประสิทธิภาพการถ่ายทอดแรงบิดเพื่อใช้ประโยชน์จากความเร็วระดับเสี้ยววินาทีของเกียร์ DCT วิศวกรได้ปรับแต่งเกียร์ DCT โดยให้เกียร์ 1 มีอัตราทดต่ำมากเพื่อให้ตัวรถพุ่งออกตัวได้อย่างรวดเร็วและมีการยึดเกาะถนนที่ดีขึ้น เกียร์ 2 ไปจนถึงเกียร์ 6 มีอัตราทดทำให้เครื่องยนต์รักษาพละกำลังเกือบจะอยู่ในระดับสูงสุด เกียร์ 7 และเกียร์ 8 มีอัตราทดสูง ทำให้การขับขี่ทางไกลเป็นไปอย่างสะดวกสบายและง่ายดายโดยมีแรงเค้นทางกลไกต่ำและมีประหยัดน้ำมันได้อย่างดีเยี่ยม

● เกียร์ DCT ทำงานร่วมกับระบบ Electronic Transmission Range Selector ด้วยการใช้ตัวเปลี่ยนเกียร์ไฟฟ้าจึงไม่มีอินเตอร์เฟซแสดงผลแบบกลไกระหว่างคันเกียร์และชุดเกียร์ ตัวเปลี่ยนเกียร์ไฟฟ้าของคอร์เวทท์ประกอบด้วยสลักแบบดึงสองตัวสำหรับเกียร์ถอยหลัง (Reverse) และเดินหน้า (Drive) รวมถึงสวิทช์จอด (Park) เกียร์ว่าง (Neutral) และเกียร์ต่ำ/ธรรมดา (Low/Manual) ตัวเปลี่ยนเกียร์ได้รับการออกแบบให้มีความสวยงามสะดุดตามากขึ้นและมีขนาดเล็กกว่าตัวเปลี่ยนเกียร์มาตรฐาน


ราคา (บาท)

เชฟโรเลต คอร์เวทท์ สติงเรย์ ปี 2020 ขึ้นสายการผลิตที่ศูนย์การผลิตโบว์ลิงกรีนของจีเอ็มในช่วงปลายปี 2562 ราคาจำหน่ายและข้อมูลเพิ่มเติมจะได้รับการประกาศอีกครั้งเมื่อใกล้ถึงวันเปิดตัว


ที่มา:

No comments:

Post a Comment

Post Bottom Ad

Responsive Ads Here

Pages